พระอารามหลวงของพระเจ้ากรุงธนบุรี วัดอินทาราม

 

สถานที่ตั้ง : แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

พิกัด : 13.723302,100.483033

วัดอินทาราม (1)

วัดอินทาราม มีชื่อเต็มว่า วัดอินทารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เดิมเนื้อที่ของวัดมีแปลงเดียว ต่อมาทางรถไฟสายมหาชัยได้ตัดเข้ามาทางหลังวัด กินเนื้อที่ของวัดเข้ามา และได้มีการตัดถนนเข้ามาอีกทาง เฉียดกำแพงรอบนอกพระอุโบสถ เหตุนี้เองวัดจึงแยกออกเป็นสองแปลง

วัดอินทาราม (2)

              วัดอินทาราม เป็นวัดสำคัญของสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี  เป็นวัดอนุสรณ์สันติสถาน ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงประกอบพระราชกุศล มีโบราณวัตถุที่สำคัญเกี่ยวกับพระองค์หลายสิ่งถูกเก็บไว้ที่นี่ เช่น พระแท่นบรรทมไสยาสน์ เป็นพระราชอาสน์ที่พระองค์ทรงประทับแรมทรงศีล ทรงเจริญกรรมฐาน ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2327 และบรมศพพระอัครมเหสีของพระองค์ ก็ได้ถวายพระเพลิงและบรรจุพระบรมอัฐิไว้ ณ วัดแห่งนี้ด้วย

              วัดอินทาราม เป็นวัดโบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเรียกว่า “วัดบางยี่เรือนอก” คู่กับวัดราชคฤห์ ซึ่งเรียกว่า “วัดบางยี่เรือใน” ต่อมาเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งกรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง วัดนี้บังเอิญเป็นที่ประสพพระราชหฤทัยของพระองค์ท่าน จึงทรงบูรณปฏิสังขรณ์มากเป็นพิเศษ แล้วทรงสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ใช้เป็นที่ประกอบพระราชกุศลสำคัญหลายครั้ง

วัดอินทาราม (4) วัดอินทาราม (5) วัดอินทาราม (6)

                สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี  เมื่อพระบรมราชาภิเษกแล้วได้ทรงสร้างและปฏิสังขรณ์วัดอินทาราม พระองค์ก็ยังทรงทำให้วัดอินทารามเป็นสิริสถานขึ้นอีก โดยเสด็จมาทรงศีลบำเพ็ญพระกรรมฐานแรมพระตำหนัก ทรงถวายเรือ พร้อมพระราชทานคนพายมาประจำอยู่วัด กับยังได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ฝ่ายวิปัสนาธุระมาอยู่ในกุฏิที่ทรงสร้างไว้นั้น เกณฑ์ข้าทูลละอองธุลีพระบาทให้เป็นผู้ปฏิบัติพระทุกรูป และพระองค์เองก็ได้เสด็จไปถวายเป็นพระบรมราโชวาทแก่พระภิกษุสงฆ์

วัดอินทาราม (8) วัดอินทาราม (9)

                เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จกลับจากพระราชสงครามที่เมืองสระบุรี ได้โปรดให้สร้างเมรุที่วัดอินทาราม เพื่อถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระราชชนนี เมื่อได้สร้างพระเมรุเสร็จแล้ว ก็โปรดให้ชักพระศพมาสู่วัดอินทาราม ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิง ในการประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงศพพระราชนนีนาถครั้งนี้เป็นจังหวะเดียวกับเกิดศึกพม่ารามัญ อะแซหวุ่นกี้ยกทัพมาประชิดเมืองพิษณุโลก ขณะที่พระเมรุยังไม่เสร็จสมบูรณ์ พระองค์ได้ทรงพระราชดำริว่า “เมื่อบ้านเมืองสงบศึกเรียบร้อยแล้วจะถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระราชนนีให้สมกับเป็นผู้มีพระคุณอย่างล้นเหลือ” พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ประชาชน ทั้งหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในการปกป้องชาติบ้านเมือง และหน้าที่ของความกตัญญูที่ทรงมีต่อพระมารดา

                           วัดอินทาราม (10)

by Traveller Freedom